Pages Navigation Menu

รับจัดทัวร์ จัดกรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปเหมา ทัวร์หมู่คณะ ดูงาน สัมมนา

BEST OF THE BEST TURKEY

BEST OF THE BEST TURKEY

รายละเอียดทัวร์ไฮไลท์

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย
วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ
เมืองเอฟฟิซุส
ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่)
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส
มหาปีรามิด

 

วันแรก         สนามบินสุวรรณภูมิ

22.00 น.    คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน  ที่สนามบินโปรดสังเกตุป้ายรับ “VACATION TURKEY”

วันที่สอง      ไคโร – อิสตันบูล

00.50 น.    ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล   หรือ ในอดีตกรุงคอนสแตนติโนเปิลแห่งสมัยจักรวรรดิไบเซนไทน์ ออกเดินทางโดย สายการบิน อียิปต์แอร์

05.50 น.    เดินทางถึงสนามบิน ณ กรุงไคโร

09.40 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน อียิปต์ แอร์

12.00 น.     เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ อตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า หลังจากนั้นนำทุกท่านชมสนามแข่งม้าโบราณของชาวโรมัน “ฮิบโปโดรม” จัตุรัสสุลต่านอาห์เมตนำชม สุเหร่าสีน้ำเงิน  (BLUE MOSQUE)  สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางศาสนา ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง ชื่อนี้ได้มาจากกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน  และถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่  ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาหเม็ตที่ 1  ค.ศ. 1609  ใช้เวลาสร้างทั้งหมด  7 ปี

ชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกี จึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็น สุเหร่าของชาวอิสลาม 52

จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน   ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต, กริชทองประดับมรกต, เครื่องลายครามจากจีน, หยก, มรกต, ทับทิม และ เครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ

ค่ำ                   บริการอาหารค่ำ นำทุกท่านเข้าสู่โรงแรม GOLDEN HILL หรือเทียบเท่า

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

วันที่สาม        อิสตันบูล – ชานัคคาเล่- AYVALIK

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่  เมืองชานัคคาเล่  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ  ช่องแคบคาร์ดาแนลส์ จึงทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้า ตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป  นับตั้งแต่สุลต่าน    อาห์เม็ดที่2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452  ชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลป์    ลิโปลี  สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยัง  ช่องแคบคาร์ดาแนลส์  เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก

เที่ยง              บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

จากนั้น นำนำทุกท่านสู่  กรุงทรอย   หรือ โทรจันอดีตที่เคยรุ่งเรือง เรื่องราวของความรักระหว่างเจ้าชายปารีสกับเฮเลน นำมาซึ่งสงครามระหว่างกรีก กับโทรจัน ปัจจุบันทรอยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง มีการจัดห้องแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และ ชมม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก   ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเข้าสู่ที่โรงแรมที่พัก GRAND HOTEL TEMIZEL หรือเทียบเท่า บริการอาหารค่ำ

ม้าไม้จำลองแห่งทรอย

ม้าไม้จำลองแห่งทรอย

วันที่สี่            เพอร์กามัม – คูซาดาซี

เช้า                 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเยี่ยมชมเมือง ASKLEPION เป็นเมืองถูกปกครองโดยสมัยโรมัน สมัยที่ 2 เมืองนี้เป็นเมืองศุนย์กลางของการแพทย์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียไมล์เนอร์และยังเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับจิตวิทยาแห่งแรกของโลก เมืองนี้ยังเคยเป็นที่พำนักรักษาตัวของ ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองจักรวรรดิโรมัน กษัตริย์เฮเดรียน ที่แห่งนี้ประกอบด้วยโรงอาบน้ำ โรงละคร และน้ำพุใจกลางเมือง

เที่ยง              บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าชม House of  Virgin Mary บ้านของพระแม่มารี  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ ชมคอมเพล็กซ์ ที่ประกอบด้วย ยิมเนเซียมเวดิอุส ที่พ่อค้าและคหบดีสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 2 มีรูปแบบตามความนิยมของโรมันในสมัยนั้นคือ รวมยิมเนเซียมไว้กับโรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่าง ๆ สนามกีฬานี้สร้างขึ้นในยุคเฮเลนิสติคเป็นรูปเกือกม้า เป็นจุดศูนย์รวมของชาวเอฟิซุสมาแต่ต้น ใช้จัดแข่งกีฬาหลายประเภท ทั้งมวยและมวย ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้    จากนั้นนำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ คูซาดาซี   ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก BATIHAN HOTEL หรือเทียบเท่า พร้อมบริการอาหารค่ำ

วิหารเทพีอาร์เทมิส

วิหารเทพีอาร์เทมิส

วันที่ห้า          คูซาดาซี – เอฟฟิซุส  – ปามุคคาเล่

เช้า                 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเยี่ยมชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางไปชม เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต

เที่ยง               บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ได้เวลาอันสมควรแล้วนำทุกท่านเดินทางไปยัง เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE)  เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก นำท่านชม  ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่า น้ำพุร้อนดังกล่าวรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมือง  ฮีเยราโพลิส ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมันได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ที่พักโรงแรม  RICHMOND HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า พร้อมบริการอาหารค่ำ

หมายเหตุ        โรงแรมมีบริการสระว่ายน้ำซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ หากท่านใดต้องการแช่น้ำแร่ ให้เตรียมชุดว่ายน้ำ ไปด้วย

ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่)

ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่)

วันที่หก          ปามุคคาเล่ – คอนย่า – คัปปาโดเจีย

เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางไปยัง เมือง คอนย่า นำท่านเข้าชม  พิพิธภัณฑ์เมฟลานา  (Mevlana Museum) ซึ่งเล่ากันว่าก่อตั้งขึ้นในราวปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลามซึ่งกำเนิดในอัฟกานิสถาน เดินทางมายังเมืองคอนย่าตามคำเชิญของสุลต่านเซลจูค เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษาเปอร์เซีย และได้เสียชีวิตลงในปี 1273

เที่ยง               บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  เมืองคัปปาโดเจีย เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจรดประเทศจีน

ค่ำ                   บริการอาหารค่ำ   ณ  ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PERI TOWER HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองคัปปาโดเจีย

เมืองคัปปาโดเจีย

วันที่เจ็ด         คัปปาโดเจีย – เกอเรเม – แองการ่า

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ประมาณ 210-250 ยูเอสดอลล่าค่ะ)

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม  เมืองคัปปาโดเจีย   เมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก  ชื่นชมกับการเดินทางที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เกิดจากภูเขาไฟที่ไหลออกปกคลุมไปทั่วพื้นที่  และเมื่อวันเวลาผ่านไป  พายุ ลม ฝน  ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก  เนินเขา  กรวยหินและเสารูปต่างๆที่งดงาม จากนั้นเดินทางสู่เกอเรเม่ นำท่านเยี่ยมชม  พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9  ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์  และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์  จากนั้นนำท่านแวะชม โรงงานทอพรม  โรงงานเซรามิค  อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก

เที่ยง              บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร

นำท่านลงไปชม นครใต้ดิน  ( Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนตัวจากการรุกรานของข้าศึก พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ จากนั้นนำท่านสู่เดินทางสู่เมืองแองการ่า เมืองหลวงแห่งดินแดนอนาโตเลียประเทศตุรกี นำท่านเข้าสู่ที่พัก MARINEM HOTEL หรือเทียบเท่าพร้อรับประทานอาหารค่ำ

นครใต้ดิน

นครใต้ดิน

วันที่แปด       แองการ่า – อิสตันบูล

เช้า                 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  นำท่านเดินทางออกจากเมืองแองการ่าสู่เมืองอิสตันบูล เดินทางถึงเมืองอิสตันบูล มหานคร 2 ทวีประหว่างเอเซียและยุโรป

เที่ยง              บริการอาหารเที่ยง   ณ ภัตตาคาร

นำท่านล่องเรือ ล่องเรือช่องแคบ บอสฟอรัส ชม ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้าง ตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรป และสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่  นอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย  เพราะ มีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้  ว่ากันว่าจะกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้ และไม่เคยปรากฏว่า กรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งที่เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี่เอง   ในปีค.ศ.1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัส  ซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น  ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ สองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่ หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

ค่ำ                   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเช็คอินที่โรงแรม Golden Hill หรือ เทียบเท่า

ช่องแคบบอสฟอรัส

ช่องแคบบอสฟอรัส

วันที่เก้า         อิสตันบูล – ไคโร-กรุงเทพฯ

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิสระกับการเลือกซื้อของฝากที่ ตลาดสไปซ์ มาร์เกต (SPICE MARKET) หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันขึ้นชื่อของตุรกีอย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย ปล่อยอิสระได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองอิสตันบูล

13.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงไคโร   โดยสายการบิน อียิปต์แอร์

15.20 น.        เดินทางถึงท่าอากาศยาน กรุงไคโร หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองกีซ่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไคโรนักเพื่อชม การแสดงแสง สี เสียง“มหาปีรามิด” หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณสร้างขึ้นเพื่อฝังพระศพของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 30 ปี และกำลังแรงงานกว่าแสนคน ตัดจากแท่งหินขนาดใหญ่มาก หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ชมตัว สฟิงซ์ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

23.20 น.        เหิรฟ้ากลับสู่   กรุงเทพฯ    โดยสายการบิน อียิปต์แอร์

มหาปีรามิด

มหาปีรามิด

วันที่สิบ           กรุงเทพฯ

12.40 น.          เดินทางถึง  กรุงเทพมหานคร  โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

Leave a Comment

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>