Pages Navigation Menu

รับจัดทัวร์ จัดกรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปเหมา ทัวร์หมู่คณะ ดูงาน สัมมนา

BLOOMING HOKKAIDO (Sapporo- Sapporo 5 วัน/3 คืน)

BLOOMING HOKKAIDO (Sapporo- Sapporo 5 วัน/3 คืน)

รายละเอียดทัวร์ไฮไลท์

-ชมทุ่งดอกไม้ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ณ “เมืองฟุราโน”
-สัมผัสวิถีชีวิตของ “ชนเผ่าไอนุ” ชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด
-นั่งกระเช้าสู่ “ภูเขาไฟอุสึ” ชื่นชมทิวทัศน์ “ภูเขาไฟฟูจิน้อย”
-ชมความน่ารัก “ฟาร์มหมีสีน้ำตาล”
-พิสูจน์บ่อโคลนเดือด “จิโกกุดานิ” หรือ “หุบเขานรก”
-ตื่นตากับเมือง “ซัปโปโร”
-ช้อปปิ้งจุใจย่านสุดฮิตที่ “ถนนคนเดินทานุกิโคจิ/ซึซึกิโนะ/มิตซุย เอ้าท์เล็ต”

ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ (ONZEN)

วันที่หนึ่ง   กรุงเทพฯ – ชิโตเซ่

20.00 น.    พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นระหว่างประเทศขาออก

*** พบกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก ณ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์หมายเลข C (ใกล้กับประตูทางเข้าหมายเลข 2) ***

หมายเหตุ : เคาน์เตอร์เช็คอินปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออก 60 นาที และไม่มีประกาศเตือนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ดังนั้นผู้โดยสารจำเป็นต้องพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

23.45 น.    ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Airways

(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงเวลาท้องถิ่นต่างจากเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

วันที่สอง    หมู่บ้านชนเผ่าไอนุ – นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ภูเขาไฟอุสึ – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – บ่อโคลนเดือด “จิโกกุดานิ” โนโบริเบ็ทสึ

08.00 น.    ถึงสนามบินชิโตเซ่ “เมืองซัปโปโร” ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการเมืองการปกครองของเกาะฮ็อกไกโด ผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “หมู่บ้านไอนุ” (Ainu Village) ชนเผ่าพื้นเมืองฮอกไกโด ก่อนที่ชาวญี่ปุ่นจะเข้าไปจับจองภายในหมู่บ้านมีการจัดแสดง “ระบำพื้นเมือง” พร้อมชม “บ้านจำลอง” และ “พิพิธภัณฑ์” ที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้โบราณต่างๆ ของชนเผ่าไอนุ ตลอดจนชมการแสดงฝีมือและการสาธิตการผลิตของสวยๆ งามๆ จากไม้ นอกจากนั้น ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)

หลังอาหารนำท่านเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการ “นั่งกระเช้าไฟฟ้า” สู่ “ภูเขาไฟอุสึ” (Mt. Usuzan) (ในกรณีที่อากาศเอื้ออำนวย) ที่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดบ่อยที่สุดในญี่ปุ่นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา และเป็นจุดศูนย์กลางที่ทำให้เกิดทะเลสาบโทย่า และพบว่าภูเขาไฟลูกนี้ จะมีการปะทุขึ้นมาเป็นระยะทุก 20-50 ปี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่แถบนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2486 ทำให้เกิด “ภูเขาไฟโชวะชินซัง” (Mt. Showa shinzan) ปัจจุบันภูเขาลูกนี้หยุดเติบโตแล้วแต่ยังมีควันขาวปะทุออกมา ตามรอยแยกแตกของพื้นหินบนยอดเขาซึ่งมีความร้อนสูงมาก เป็นยอดเขาที่หิมะไม่อาจปกคลุมได้ในฤดูหนาว อิสระให้ท่านได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ในอีกรูปแบบหนึ่ง

จากนั้นนำท่านชมแหล่งอนุรักษ์ “หมีสีน้ำตาล” พันธุ์หมีที่หาได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งจะพบเฉพาะในเกาะฮอกไกโด, เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น … ตื่นตากับความน่ารักของน้องหมีตัวเล็กที่มีอายุ ตั้งแต่ 2 ขวบ จนถึงหมีตัวโตอายุ 12 ขวบและประหลาดใจกับหมีแสนรู้ที่ทำท่าทางตลกๆ ให้ท่านชม เช่น ยกมือไหว้ขอ หรือ นอนยกขารอขอแอ๊ปเปิ้ล หรือกวักมือเรียกขอเพื่อแลกกับการได้กินแอปเปิ้ลหรือคุกกี้อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความน่ารักของเหล่าหมีสีน้ำตาล พร้อมบันทึกภาพความน่ารักตามอัธยาศัย  แล้วนำท่านชมความแปลกของธรรมชาติที่ “จิโกกุดานิ” หรือ “หุบเขานรก” บ่อโคลนเดือดที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นอุดมไปด้วยแร่กำมะถัน ซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพเผาผลาญกำมะถันแล้วพวยพุ่งขึ้นมารวมตัวกันจนเกิดเป็นแอ่งสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมือง “โนโบริเบ็ทสึ” เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่งดงามไม่ว่าจะเป็นต้นไม้, ทะเลสาบ, หนองบึง และแหลมรูปร่างแปลกตามากมาย พร้อมทั้งอาบน้ำแร่ธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ท่านจะได้พักผ่อนกับการลองอาบ “โอนเซ็น” (Onsen) น้ำแร่ในไสตล์ญี่ปุ่นและพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (2)

ที่พัก :    Mahoroba Hotel หรือเทียบเท่า

^_^ หลังอาหารไม่ควรพลาดประสบการณ์ “การอาบน้ำแร่ธรรมชาติ”เพื่อสุขภาพ/ “โอนเซ็น” (Onsen) น้ำแร่ในไสตล์ญี่ปุ่นให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าน้ำแร่ธรรมชาตินี้มีส่วนช่วยเรื่อง โรคภัยไข้เจ็บและผิวพรรณเปล่งปลั่ง

จิโกกุดานิ

จิโกกุดานิ

วันที่สาม    โอตารุ – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วและกล่องดนตรี – โรงงานช็อกโกแล็ต – สวนโอโดริปาร์ค – ถนนคนเดินทานุกิ โคจิ & ซึซึกิโนะ – ซัปโปโร่

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม (3)

นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองโอตารุ” ศูนย์กลางการค้าทางน้ำที่โดดเด่นที่สุดในเกาะฮอกไกโด … ระหว่างทางท่านจะได้เพลินตากับทัศนียภาพอันงามตาของธรรมชาติและภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายของญี่ปุ่น … ถึงเมือง “โอตารุ” เมืองที่ท่านจะได้ซึมซับกับภาพบรรยากาศและกลิ่นอายประหนึ่งว่าเดินอยู่ในเมืองเวนิส … นำท่านแวะชม “คลองโอตารุ” ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ. 1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้า จากคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าวให้ท่านเดินเล่น พร้อมถ่ายรูปตามอัธยาศัยกับอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม …

จากนั้นนำท่านชื่นชมความงดงามของศิลปะที่ “พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วและกล่องดนตรี” ท่านจะได้ตื่นตากับเครื่องประดับและตกแต่งที่ทำมาจากแก้วมากมายหลากหลายรูปแบบที่งดงามยิ่งนัก … หรือจะเลือกชม “กล่องดนตรี” รูปแบบต่างๆ ที่บรรเลงเพลงอันแสนไพเราะพร้อมทั้งชม “การสาธิต” การผลิตเครื่องแก้วด้วยช่างผู้ชำนาญการ … อิสระให้ท่านได้ “เลือกซื้อเลือกชม” สินค้าที่ผลิตจากเครื่องแก้วต่างๆ ติดไม้ติดมือฝากคนทางบ้าน

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ “โรงงานช็อกโกแล็ต” สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างของฮอกไกโด เนื่องจากเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ “โคนม” คุณภาพเยี่ยมมากมายทั่วทั้งเกาะ สภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้ “ช็อกโกแล็ต” มีรสชาติดีเยี่ยมกลมกล่อมไม่แพ้ช็อกโกเแล็ตจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์เลยก็ว่าได้  … ภายในโรงงานแห่งนี้มีการจัดแสดงอุปกรณ์การผลิตตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม แบบจำลองโรงงาน ท่านจะได้ชมขั้นตอน กระบวนการการผลิต และสามารถเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าได้อย่างจุใจ หรือหากท่านอยากจะลองทำช็อกโกแล็ตด้วยฝีมือตัวเองก็สามารถทำได้ …

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “สวนโอโดริ” เป็นถนนซึ้งมีความกว้าง 105 เมตร และยาวถึง 3.8 กิโลเมตร สีเขียวของต้นไม้ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของคนเมืองในการเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ปลายสุดของถนนเป็นที่ตั้งของหอเสาทีวีสูง 147.2 เมตร ภายในบริเวณนี้มีร่องไม้ดอก น้ำพุ และประติมากรรมเป็นชิ้นๆ ตั้งประดับอยู่ และทุกปีในฤดูหนาว ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่จักงานเทศกาลหิมะที่มีการแข่งขันการนำหิมะมาสลักแป็นรูปต่างๆ อันเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก … แล้วนำท่านช้อปปิ้ง ณ ถนนคนเดินในร่มอันเก่าแก่ กว่า 130 ปี ของเมืองซัปโปโร “ทานุกิ โคจิ” ที่มีความยาวกว่า 900 เมตร ร้านค้ามากมายนับ 200 ร้านที่ให้ท่านเดินเลือกซื้อสินค้าต่างๆอย่างจุใจอาทิ เช่น ร้านสินค้า 98 เยนร้านรองเท้าและกระเป๋าราคาถูกที่มีให้เลือกหลากหลายแบบที่เริ่มต้นราคาตั้งแต่ 1050 เยน ร้านขายเครื่องสำอางร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสนัข ร้านขายผลไม้พื้นเมือง ร้านเกมส์ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร ฯลฯ …

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งย่าน “ซึซึกิโนะ” ที่มีร้านค้า มากกว่า 4,500 ร้านให้ท่านได้เลือกจับจ่ายซื้อของมากมาย เช่น ร้าน Big Camera จำหน่ายกล้องดิจิตอล เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ ร้าน100เยน ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นร้าน Matsumoto Kiyoshi ขายยาและเครื่องสำอาง อาทิ Shisedo, Kose, Kiss, SKII, Kanebo … ถนนในซัปโปโรจะไม่สมบูรณ์ไปได้เลยถ้าหากปราศจากร้านราเม็งซึ่งแหล่งที่ขึ้นชื่อ คือ “Ramen Yokocho” หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อว่า “ตรอกราเม็ง” ศูนย์รวมร้านราเมนที่ขึ้นชื่อที่สุดในซัปโปโร แต่ละร้านไม่ใหญ่โตนัก แต่จะสังเกตได้ว่าร้านไหนอร่อย จากจำนวนคิวของลูกค้าที่รออยู่

*** อิสระอาหาร มื้อค่ำ ตามอัธยาศัย … ให้ท่านได้เลือกชิมร้านอร่อยจากร้านค้าต่างๆ ในเมืองซัปโปโร ***

ที่พัก :    Sapporo Grand Hotel หรือเทียบเท่า

สวนโอโดริ

สวนโอโดริ

วันที่สี่    ฟุราโน่ – โทมิตะ ลาเวนเดอร์ ฟาร์ม – เมืองบิเอะ – ศาลเจ้าซัปโปโร – อดีตที่ว่าการรัฐบาล – หอนาฬิกา – มิซึอิ เอาท์เลท – ซัปโปโร่

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม (5)

นำท่านเดินทางสู่เมือง “ฟุราโน่” เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปดว้ยทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และดอกไม้นานาชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และบำรุงผิวพรรณ ที่สกัดจากดอกไม้ต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมและประโยชน์มากมาย เพื่อนำท่านเดินทางสู่ “ฟาร์มโทมิตะ” ฟาร์มลาเวนเดอร์และดอกไม้สีสันสดใสให้ท่านได้สัมผัสความงดงามของ ทุ่งสายรุ้ง หลากหลายด้วยสีสันสลับกันอย่างงดงามราวกับภาพวาด ซึ่งภายในฟาร์มแห่งนี้มีดอกไม้อยู่ทั้งหมด 6 สวน ที่ผลัดกันออกดอกเบ่งบานสลับกันตามฤดูกาล (พ.ค. ดอกป๊อปปี้ / มิ.ย.-ก.ค. ดอกฮามานะสึหรือดอกลาเวนเดอร์ การบานของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศ) ในฤดูร้อนสำหรับฮอกไกโดนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาชมดอกไม้กันมากที่สุด คือ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน – สิงหาคม แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือเดือนกรกฎาคมซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ทุกสวนพร้อมใจกันผลิบานและส่งกลิ่นหอม โดยท่านจะได้เดินชมทุ่งดอกไม้ต่างๆ ที่สวยงามทอดยาวไปสุดลูกหูสายตา มองแล้วสุดแสนโรแมนติคยิ่งนักอิสระให้ท่านเลือกชมและซื้อ “ผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์” มากมายตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองบิเอะ” เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเกาะฮอกไกโด ที่ได้ชื่อว่า “Small Town Of The Most Beautiful Hills” ความเล็กที่แสนน่ารักของเมืองนี้อยู่ที่ภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาวิวระหว่างสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ตัดสลับกับไร่ข้าวโพดและมันฝรั่งสีเขียวสดโดยมีสีฟ้าครามของท้องฟ้าตัดเป็นฉากหลังสลับเนินเขาเส้นทางที่เรียกกันว่า “Patchwork” ชมความงามของภูเขาไดเสทซึนับเป็นสถานที่ที่สวยงามเหมาะกับการถ่ายรูปและบันทึกไว้ในความทรงจำอย่างยิ่ง โดยสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมของชาวญี่ปุ่นเพราะได้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และโฆษณาสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิ รถยนต์นิสสัน มาสด้า และบุหรี่ไมลด์เซเว่น

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (6)

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ “อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า” สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 สถาปัตยกรรมของอาคารนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง ซัปโปโร ทำให้นักท่องเที่ยวท้องถิ่นและต่างชาติรู้จักกันอย่างแพร่หลายสไตล์การสร้างของโดมแปดเหลี่ยม … นำมาจากที่ทำการรัฐแมสซาซูเสทท์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ออกแบบอาคารนี้เป็นสถาปนิกท้องถิ่น และสร้างอาคารนี้โดยใช้วัสดุภายในประเทศ อาคารนี้เคยเป็นอาคารที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลเมจิ แต่ต่อมาถูกไฟไหม้ทำให้ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ในปี ค.ศ. 1911  ปัจจุบันถูกอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติที่มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรม และสำหรับจัดงานเลี้ยงต้อนรับบุคคลที่สำคัญทางการเมืองของรัฐบาลญี่ปุ่น … จากนั้นนำท่านชมสัญลักษณ์ของเมือง คือ “หอนาฬิกาโบราณ” เมืองซัปโปโร ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1878 ปัจจุบัน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์คู่เมือง นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันมีค่าของชาวญี่ปุ่น ซึ่งยังคงบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงมานานนับ 100 ปี ทั้งยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นอีกด้วย  สมควรก่เวลานำท่านช้อปปิ้งที่ “มิตซุย เอ้าท์เล็ต” ซึ่งถือเป็นแหล่งเลือกซื้อสิ่งของและเสื้อผ้าแฟชั่นของเมือง ภายในแบ่งออกเป็นร้านค้าต่างๆมากมาย มีสินค้าหลากหลายประเภทผลัดเปลี่ยนกันลดราคา อาทิ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา จากหลากหลายร้านค้าชั้นนำ

*** อิสระอาหาร มื้อค่ำตามอัธยาศัย … ให้ท่านได้เลือกชิมร้านอร่อยจากร้านค้าต่างๆ ในเมืองซัปโปโร ***

ที่พัก :    Sapporo Grand Hotel หรือเทียบเท่า

โทมิตะ ลาเวนเดอร์ ฟาร์ม

โทมิตะ ลาเวนเดอร์ ฟาร์ม

วันที่ห้า    ชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม (7)

(กรุณาตรวจสอบสัมภาระให้เรียบเรียบ เพื่อเตรียมเดินทางไปสนามบิน)

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ “สนามบินชิโตเซ่”

10.45 น.    ออกเดินทางจาก สนามบินชิโตเซ่

16.15 น.    ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Leave a Comment

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>